[SF] ใต้แสงจันทรา [PRyo]

posted on 21 Nov 2011 23:50 by kazuho  in PRyo
กาลครั้งหนึ่ง บนดินแดนผืนนี้ มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา ว่าทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง ถ้าใครมาเดินเล่นแถวน้ำตกนี้ละก็ จะพบเจอกับปีศาจ ที่ออกมาล่าเหยื่อ

 
 
 
"ไม่จริงหรอกลุง เรื่องนั้นมันจะเป็นไปได้ยังไง ยังไงเสียข้าก็จะไป ไม่ต้องมาขู่เสียให้ยากหรอก"ชายหนุ่มรูปงามที่เป็นเพียงนักเดินทางธรรมดากล่าวกลั้วหัวเราะกับตำนานเก่าแก่ เขาเจอมานัดต่อนัดแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีหนไหนเป็นเรื่องจริงสักครั้ง
 
 
"เจ้าลบหลู่งั้นหรือ..ดี ถ้าเช่นนั้น ถ้าเจ้าเกิดเป็นอะไรไป พวกข้าก็คงช่วยเหลือไม่ได้ พ่อหนุ่ม บนเขาคืนพระจันทร์เต็มดวงน่ากลัวจริงๆ ถ้าหากไม่รักชีวิตแล้วละก็ ไปเถอะ ข้าไม่รั้งเจ้าอีกแล้ว"ชายชราบอกด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย พร้อมปัดมือไล่ชายหนุ่ม
 
"จำชื่อข้าเอาไว้ ท่านลุง ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ข้าจะพิชิตตำนานที่ว่านั่นให้ดู"ชายหนุ่มกล่าวด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ พร้อมกับสาวเท้าออกไปจากชานเล็กๆหน้ากระท่อมของชายชรา
 
 
 
"..ไม่เคยมีใครรอดกลับมา เจ้าหนุ่ม.."ชายชราพึมพำ พร้อมทั้งเดินกลับเข้าไปในบ้านแล้วลงกลอนอย่างแน่นหนา

 
 
 
 
ฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มนักเดินทางเริ่มจะมองหาทำเลเหมาะสมสำหรับการพักแรมในค่ำคืนนี้ เบื้องหน้าคือน้ำตกขนาดใหญ่ และไม่ไกลจากกันนั้นคือถ้ำเล็กๆที่พอจะเข้าไปขอพักพิงสักคืนได้ อย่างน้อยก็ช่วยกันลมกันน้ำค้าง

 
กว่าจะจัดแจงกินมื้อเย็นง่ายๆด้วยของแห้งที่ตระเตรียมมาเสร็จและเตรียมที่พักได้เรียบร้อยปลอดภัยจากสัตว์ร้ายก็มืดค่ำเสียจนพระจันทร์กลมโตลอยเด่นอยู่กลางฟ้า
 
ยามะตัดสินใจจะลงไปเล่นน้ำในลำธารด้านหน้าสักพัก แม้จะมีลมพัดบ้างตลอดเวลาแต่เขาก็ยังรู้สึกเหนียวตัว อาจจะเพราะนี่คือกลางฤดูร้อนก็เป็นได้ อากาศก็เลยอบอ้าวเช่นนี้

 
 
ร่างกำยำแช่อยู่ในน้ำทั้งตัว เอนหลังพิงโขดหินใหญ่อย่างสบายใจ ดวงตาคมจับจ้องดวงจันทร์ที่ทอแสงส่วางอยู่กลางท้องฟ้า บนท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งปราศจากเมฆ พระจันทร์เต็มดวงกลางฤดูร้อน สวยงามจริงอย่างคำล่ำรือ

 
 
 
 
 
กลิ่นดอกไม้ป่าที่หอมอบอวลลอยมาตามลม กลิ่นหอมอ่อนเจือจางที่สูดดมแล้วรู้สึกไม่พอเพียงทำให้รู้สึกรุ่มร้อนกระหายอยาก ชายหนุ่มยันกายขึ้นจากผืนน้ำเชื่องช้า คว้าเอายูกาตะเนื้อบางมาสวมอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปยังต้นตอของกลิ่นหอมประหลาด

 
 
 
หัวสมองมึนเบลอ รู้สึกแต่ความเร่าร้อน กลิ่นที่สูดดมทำให้เคลิบเคลิ้ม ดวงตาจับจ้องไปยังทุ่งดอกไม้เบื้องหน้า ดอกไม้รูปร่างงดงามที่กลีบซ้อนกันอย่างน่ามองสีม่วงอ่อนจำนวนมากมายปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่เพียงแค่เท่านั้น เมื่อเพ่งมองไปให้ชัดเจนที่ใจกลางของมวลดอกไม้ เรือนร่างขาวผ่อนสวมอาภรณ์สีเดียวกับสีกลีบดอกไม้ กำลังเชยชมความงามอยู่ท่ามกลางดอกไม้ทั้งปวง

 
 
 
ใบหน้าสวยคมของร่างนั้นหันมามองเขาอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคมคู่นั้นที่จ้องมองกลับมาทำเอาลมหายใจติดขัดอยู่ในอก
 
 
เขาไม่รู้ว่าเป็นตัวเองที่เดินเข้าไปใกล้หรือว่าร่างนั้นเดินเข้ามาหา
 
 
 
วินาทีที่ริมฝีปากบางแตะต้องสัมผัสเข้ากับปากของเขา มันเหมือนว่าโลกทั้งใบจะหยุดหมุนแล้ว เลือดในกายอุ่นจัดและสูบฉีดเร็วรุนแรง แต่เขาก็ไม่อยากจะละสัมผัสจากริมฝีปากนั่นเลยแม้แต่น้อย

 
 
 
มือบอบบางสองข้างที่เลื่อนเข้ามาแตะต้องร่างกายแข็งแรงของเขาอย่างไม่เก้อเขินทำให้เขารู้สึกงงงวยไม่น้อย
 
 
 
 
"เจ้า..เจ้าเป็นใคร.."สติที่พร่าเลือนเพราะความงดงามจากร่างตรงหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกันนั้นมีกลิ่นหอมรุนแรงกว่ากลิ่นที่เขาตามมา
 
 
 
"เรียว เรียกข้าสิ"เสียงพร่าที่แผ่วเบาที่เอื้อนเอ่ยนามอันไพเราะของตนนั้นทำให้เขาจดจำ
 
 
 
"เรียว.."ราวพร่ำเพ้อ เขาเห็นร่างงามกระตุกยิ้มบนมุมปากพร้อมทั้งอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่หลุดร่วงลงจากลาดไหล่เล็ก
ทิ้งตัวลงผ่านช่วยเอวคอด สะโพกกลมกลึง จนกระทั่งกองอยู่ตรงปลายเท้า
 
 
 
 
เรือนกายบอบบางที่ขาวจัดน่าถนอม เส้นผมสีดำเหมือนท้องฟ้ายามราตรีตัดกับผิวขาวจัดที่เหมือนไม่เคยต้องแดด ทั้งหมดรวมกันขึ้นมาเป็นคนตรงหน้า
 
 
 
"เรียว"
 
 
เขาเอ่ยชื่อนี้นับพัน นับหมื่นครั้ง ในค่ำคืนที่แสนยาวนาน
 
 
 
เรือนกายเล็กขาวจัดที่กดร่างเขาให้อยู่เบื้องใต้ ร่างบอบบางที่ควบคุมจังหวะเร่าร้อนให้ดำเนินไปตามใจ
 
 
 
เสียงครางพร่าสั่นหวีดหวิวประหนึ่งเสียงลมพัดเสียดสียอดไม้ กระตุ้นเร้าเขาให้ถึงฝั่งฝันหลายต่อหลายครั้ง
หากแต่มันยังไม่เพียงพอ
 
 
 
ยิ่งเสพ ยิ่งลุ่มหลง
 
 
เขาต้องการจะโอบกอด ต้องการจะไขว่คว้า

 
 
 
 
ดวงตาสีนิลไม่แตกต่างจากสีผมจ้องมองภาพเขา สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือความว่างเปล่าที่ลึกลับประหนึ่งดวงตาคู่นั้นเป็นแอ่งน้ำลึกที่เขาไม่อาจจะสะท้อนภาพตนกลับมาได้
 
 
 
ปลายนิ้วกลมมนที่เย็นจัดพอแตะสัมผัสลงที่ส่วนใดของร่างกายก็ประหนึ่งเชื้อฟืนที่โยนลงบนกองไฟ มันปะทุความร้อนแรงให้ทวีขึ้นเป็นเท่าทวี
 
 
ริมฝีปากแดงก่ำที่ชอกช้ำเพราะแรงบดเบียด ไม่เพียงพอ เท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เขาไม่อยากให้ริมฝีปากบางผละออกไป แม้จะรู้สึกว่าอากาศในปอดลดน้อยลงเสียจนหายใจไม่ออกเเละเจ็บปวด แต่ก็ยังอยากจะดึงรั้งเอาไว้
 
 
 
ความสุขยามเมื่อเรือนร่างขาวผ่องกระตุกรัดกายของเขาเอาไว้ทั้งด้วยอ้อมแขนและเรือนร่างทำให้คลั่ง สวรรค์ที่อยู่เบื้องหน้าคือสิ่งที่ร่างนี้มอบให้
 
 
 
ความสุขที่เขาอยากจะให้มันยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด แม้จะเหนื่อยแทบขาดใจเพราะแรงกายที่เผาผลาญอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นปากสีแดงคลี่ยิ้มอย่างหยอกเย้า เขาก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายชักนำให้เล่นบทสวาทต่อไปอีกคราอย่างขัดขืนไม่ได้

 
 
 
 
 
 
ค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวงกลางฤดูร้อน จะยาวนานได้แค่ไหน?
 
 
 
เขาแทบจะไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าผ่านค่ำคืนมาได้เช่นไร แต่เขาตกใจที่พระอาทิตย์ฉายแสงอยู่เหนือร่าง เขาอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่กลีบดอกตูมทั้งหมดเป็นสีม่วงเกือบดำ ไม่มีกลิ่นหอมเหมือนที่เขาสูดดมมาทั้งค่ำคืน
 
 
 
ไม่มีร่องรอยของร่างที่เขากกกอด ไม่มีหลักฐานใดๆบ่งบอกว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเรื่องจริงนอกจากรอยข่วนเล็กๆทั่วร่างกาย
 
 
 
เลือดของเขาเองที่ไหลซึมตามริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง
 
 
เขาทั้งเหนื่อย และ อ่อนล้า
 
 
 
 
 
ทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบยังอ่อนแรงถึงเพียงนี้ แล้วเรียวเล่า อยู่ที่ไหน?

 
 
 
 
 
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ไม่มีแม่น้ำอยู่เบื้องหน้า ไม่มีถ้ำอยู่ใกล้ๆ บัดนี้เขาอยู่ตรงไหน?

 
 
 
 
สองขาพาร่างสูงใหญ่เดินฝ่าดงดอกไม้ที่มีสีเข้มคล้ำน่าสยดสยอง กลีบดอกที่ตรงส่วนบนยอดเป็นสีดำสนิทและไล่สีอ่อนลงมาเป็นม่วงเจือจางจำนวนนับแสนที่รายล้อมกาย
 
 
 
 
บรรยากาศที่เย็นยะเยือกไร้ความรู้สึกอื่นใด
 
 
 
 
กลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งขึ้นมาทุกที

 
 
 
 
ที่มุมสุดลูกหูลูกตาคือร่างบอบบางที่เขาเฝ้าฝัน
 
 
 
เรียวที่ในมือถือดอกไม้สีเข้มเอาไว้ ปากบางคลี่ยิ้ม ก่อนจะวิ่งหนีไปยังอีกฝั่งหนึ่งของทุ่งดอกไม้กว้าง

 
 
 
ไม่รอช้าที่จะวิ่งตามไป เลือดกำลังไหลออกมาจากฝ่าเท้าที่ถูกหนามแหลมคมของดอกไม้ทำร้าย
 
 
เขาไม่เจ็บ เขาไม่ปวด รู้แต่ว่าต้องตามไป
 
 
 
เรียวยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า พร้อมทั้งส่งมือที่ว่างเปล่ามาให้เขา
 
 
 
ไม่ลังเลที่จะจับมันไว้
 
 
 
มือเย็นชืดที่ไร้ความอุ่นของร่างกาย
 
 
 
เขาจ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เหมือนแอ่งน้ำลึกนั้น
 
 
 
พริบตาที่ทุกอย่างมืดลง

 
 
 
 
 
 
 
สองเท้าของเขากำลังไร้พื้นดินที่ยืนอยู่ สองมือของเขาว่างเปล่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่มีเรียวเบื้องหน้า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เขาไม่ได้ยึดจับสิ่งใดไว้ นอกจากก้านไม้สีดำสนิทที่ดูสวยงามแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ราวจะได้กลิ่นหอมลอยมาจากที่ไกลๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เหมือนเขาจะได้เห็นรอยยิ้มยามหลับตา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เขารู้สึกถึงแรงโอบกระชับจากเบื้องล่าง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กลิ่นเลือดที่คลุ้งขึ้นมาอีกครั้ง

.............
............
 
 
 
 
 
 
 
"ไม่น่าเลยจริงๆ บอกแล้วเชียวว่าอย่าขึ้นมาในวันพระจันทร์เต็มดวง"ชายชราส่ายหน้าช้าๆด้วยความอ่อนใจ
 
 
 
 
ร่างของชายหนุ่มที่เขาเห็นเมื่อสองวันก่อนนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางเถาก้านที่เลื้อยพันไปมาของกลีบดอกไม้สีม่วงอมดำ
ราวกรงขังที่จองจำร่างกายนั้นอย่างแน่นหนา
 
 
 
 
ร่างกายที่เคยแข็งเเรงกลับซุบซีด แม้ไร้ลมหายใจแต่ร่างกายก็ยังสมบูรณ์ดีไม่มีเสียหาย

 
 
 
ปีศาจที่พูดถึงหาใช่ปีศาจที่แท้จริง
 
 
 
แต่ความจริงแล้วเป็นกลิ่นของดอกไม้มีพิษที่จะส่งกลิ่นรุนแรงยามเมื่อพระจันทร์เต็มดวง หากใครโชคร้ายเผลอสูดกลิ่นเข้าก็จะต้องรู้สึกเพ้อคลั่ง
 
 
 
 
 
ท้ายที่สุดก็คือจบชีวิตลงอย่างที่เขาเห็น

 
 
 
 
ดอกไม้มีพิษที่ใช้เลือดสดๆหล่อเลี้ยง
 
 
 
 
 
เวลาที่ต้องแสงแดด กลีบดอกสีดำสนิทด้านบนจะเป็นประกายเหมือนอัญมณี หากแต่เมื่อต้องแสงจันทร์เต็มดวง กลีบสีเข้มที่หุ้มด้านนอกจะเผยออกเห็นกลีบบอบบางที่ด้านใน
 
 
 
 
กลิ่นหอมจากเกสรที่ทำหน้าที่ล่อหลอกให้เหยื่อเข้ามาใกล้
 
 
 
 
ไม่มีใครรู้ว่าวิธีไหน
 
 
แต่ท้ายที่สุดแล้ว
 
 
 
 
ทุกรายจะจบลงด้วยชะตากรรมแบบเดียวกัน

 
 
 
 
คุณล่ะ เชื่อตำนานเก่าแก่นี้รึเปล่า??

 
 
 
 
22:35 24/9/2550
อะไรของเลิฟ?
จิ้นไว้อย่างสวยงามไหงจบเยี่ยงนี้ได้ก็มิทราบ
แต่มันคงสนุกดีถ้าจิ้นตามออก
ปีศาจดอกไม้ เรียวจังคนสวย
เฮอะๆ
 
ลงแล้วในบอร์ดเรียวตัน ละมั้ง
เอามาโพสในนี้เพราะเห็นว่ายังไม่มี
อะไรที่ค้างๆไว้
รอไปก่อนนะคะ
(หลบรองเท้า)