faraway

posted on 20 Nov 2009 19:00 by kazuho  in TomoMe

ฟิกเรื่องนี้เป็นสถานการณ์ที่จริงครึ่งหนึ่ง เห็นคนมากมายทนไม่ได้กับการแยกไปเรียนต่อเลยลองเขียนมาดู

คนอื่นจะทำแบบคนในฟิกมั้ยน้อ

อ่านไม่รู้เรื่องก็ขอโทษด้วยนะคะ

ไม่ได้เขียนฟิกนานมาก มันแปลกจังเลย

 

 

 

ถ้าเรารักใครคนนึงมากๆ เราจะอยากแยกจากเขาหรือเปล่านะ?

คำตอบของทุกคนคงบอกว่าไม่

 

ตัวผมเองก็ด้วย

 

แต่เพราะผมรักเขามากมายเหลือเกิน

 

สิ่งที่ผมทำได้

 

จึงเป็นการยิ้มให้เขา แล้วบอกว่า

 

 

 

...ไม่เป็นไร ...

 

 

 

"ฉันได้ทุนไปเรียนต่อที่อเมริกาสองปีล่ะ"ยามะพูดพลางยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองพึ่งจะได้รับ ท่าทางของเขาแสนจะมีความสุขและเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ทำไมผมจะไม่รู้ ว่าเขาทุ่มเทและพยายามมากมายแค่ไหนเพื่อให้ได้มาซึ่งทุนนี้

 

"ยินดีด้วยนะ.."เสียงของผมที่ตอบออกไปฟังดูเนือยและไร้ชีวิตชีวาเหลือเกิน รอยยิ้มของผมเหมือนจะจืดเจื่อนจนกระทั่งหายไป น้ำตาเอ่อคลออยู่รอบดวงตาแต่ต้องรีบเงยหน้าแล้วปาดมันออกไป

ถึงผมจะอยากให้เขาอยู่ข้างๆ อยากจะมองหน้ากันแบบนี้ แต่ผมก็ไม่อยากจะทำให้ความฝันของยามะต้องพังทลาย ผมไม่สามารถทำลายความฝันของคนที่ผมรักได้ แม้ว่าตัวเองจะต้องเจ็บปวดทรมานก็ตาม


อย่าร้องไห้ตอนนี้คาเมะ อย่าเห็นแก่ตัว อย่าทำให้อนาคตของยามะต้องมีปัญหา

 

ยามะวางเอกสารที่ตอบรับการเรียนต่อลงบนโต๊ะ แล้วก็เปลี่ยนมาจ้องมองคาเมะให้เต็มสองตา แม้ยามะจะมีสิ่งสำคัญที่เรียกว่าความหวังรออยู่ข้างหน้า แต่คนที่อยู่ตรงหน้า คือความรักที่เป็นทั้งอดีต ปัจจุบัน และ จะเป็นอนาคตของเขาด้วย

 

แค่เราผ่านเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ไปได้ แค่นี้เท่านั้นเอง

 


"สองปี คาเมะรอได้ใช่มั้ย"ยามะกุมมือคาเมะเอาไว้ ดวงตากลมโตของยามะยังสะท้อนภาพของคาเมะอยู่ แต่มันจะอยู่เช่นนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน

 


"ได้สิ..ต้องรอได้อยู่แล้ว"คาเมะรีบยืนยันอย่างมั่นใจ


แม้จะอยากร้องไห้มากแค่ไหน แต่คาเมะก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ แล้วพยายามยิ้มอย่างร่าเริงและดีใจไปกับยามะ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องห่วง

 

ยามะและคาเมะนั่งคุยกันที่ร้านอาหารเจ้าประจำ นั่งทบทวนถึงเวลาของกันและกันที่มีกันอยู่สองคนตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มรู้จัก จนกระทั่งเวลานี้ ที่รักกันมากมายเหลือเกิน

ยิ่งทบทวน ยามะก็ยิ่งรู้สึกว่าตลอดทุกๆนาทีของเขามีแต่คาเมะเต็มไปหมด มีแต่คาเมะมากเสียจนนึกไม่ออกว่าจะอยู่คนเดียวตามลำพังได้ยังไง

"กลับบ้านไปเตรียมตัวได้แล้ว เห็นคุณป้าบอกว่าจะจัดงานเลี้ยงส่งไม่ใช่เหรอ รีบไปโทรชวนเพื่อนฝูงเถอะ"คาเมะบอกเมื่อท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนสีเป็นเข้มจัด

ความจริงคาเมะอยากจะอยู่กับยามะตลอดเวลาครึ่งเดือนที่ยังเหลือ แต่เป็นไปไม่ได้ ถ้าคาเมะทำให้ยามะรู้สึกว่าคาเมะเป็นส่วนหนึ่ง ความตั้งใจที่จะไปเรียนต่ออาจจะต้องพับ

แค่มองตายามะที่ค่อยๆหวั่นไหวขณะที่สะท้อนแต่คาเมะก็พอเดาออกแล้ว

คนอย่างยามะที่ใครๆว่าใจแข็ง หวั่นไหวง่ายแค่ไหน คาเมะรู้ดีกว่าใครๆ

 

"อืมม คาเมะ ฉันรักนายนะ"

คาเมะยิ้มแล้วซึมซับความอ่อนหวานอบอุ่นของคำพูดนั้นเข้าไปในหัวใจ

ยามะบอกรักเขาบ่อยเหลือเกิน บ่อยมากเสียจนคาเมะคงรู้สึกวังเวง ถ้าหากไม่ได้ยินในวันไหน

ร่างเล็กโบกมือลาคนที่เดินแยกไปอีกเส้นทางหนึ่ง

รอยยิ้มที่มีอยู่บนใบหน้านั้นค่อยๆจางหายไปจนหมด เหลือแค่ใบหน้าเศร้าๆ กับน้ำตาที่ค่อยๆรินไหลลงมาอย่างช้าๆ เพื่อระบายความเหงาที่ค่อยๆจู่โจม

 

ร้านขายเครื่องเขียนที่เคยแวะมาประจำสมัยเรียนอยู่มัธยมเพราะมันอยู่ใกล้บ้าน ร้านทีแวะมาประจำจนกระทั่งสนิทกับเจ้าของร้าน แม้จะค่ำแล้วแต่ร้านนี้ก็ยังเปิดอยู่เพราะเจ้าของเข้าใจดีถึงความจำเป็นของเหล่านักเรียนนักศึกษา

 

"คาเมะ ไม่เจอกันนานเลย เรียนจบแล้วไม่มาเยี่ยมพี่มั่งเลยนะ"พี่เจ้าของร้านที่อายุห่างจากคาเมะแปดปีทักทายอย่างสนิทสนม คาเมะมารู้เอาทีหลังว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชาย เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ระดับอนุบาล

"ครับ พอดียุ่งๆ ว่าแต่พี่มีกระดาษเขียนจดหมายขายมั้ยครับ?"คาเมะถามพลางกวาดสายตามองหากระดาษเขียนจดหมายหน้าตาน่ารักสีสวยแบบที่เขาเคยเห็นบ่อยๆสมัยเรียน

"โอ้ยย เดี๋ยวนี้เขาไม่เขียนจดหมายกันแล้ว ใครๆก็ส่งอีเมลกัน โรงงานกระดาษเขียนจดหมายก็เลิกไปหมดแล้ว"คาเมะหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาไม่ค่อยจะซาบซึ้งกับจดหมายอิเล็คโทรนิคเท่าไหร่ แม้มันจะสะดวกสบายและทำให้ยิ้มได้ แต่มันก็ไม่เท่ากับลายมือ ที่แม้ว่าจะมีสวยบ้างเละบ้าง แต่ก็น่าประทับใจ

 

"งั้นผมเอานี่แทนละกัน"คาเมะเลือกกระดาษสีหลายสีขนาดเอสี่มาสองพับแล้วเลือกสีเมจิกอีกกล่อง พร้อมทั้งปากกาสีสารพัดแบบอีกชุดใหญ่

"จะทำการ์ดให้ใครเหรอ มันยังไม่ถึงเทศกาลนี่"พี่เจ้าของร้านทักอย่างคนมีประสบการณ์ดี

คาเมะยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วก็จ่ายเงินโดยไม่ยอมตอบคำถาม

 


คาเมะนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ นั่งพับกระดาษสีเอสี่ตามแนวยาวครึ่งหนึ่งทั้งหมดอย่างเรียบร้อยทีละแผ่น ก่อนจะบรรจงตัดอย่างระมัดระวังให้เท่ากันที่สุด แล้วสุดท้ายเกือบเที่ยงคืนคาเมะก็ได้กระดาษสีตั้งหนึ่ง เอาไว้สำหรับเขียนจดหมาย

 

คาเมะจ้องมองรูปของเขากับคนรักที่ถ่ายด้วยกันแล้วติดเอาไว้เต็มฝาผนังด้วยรอยยิ้ม นิ้วเรียวแตะภาพถ่ายทีละภาพพลางนึกถึงช่วงเวลาแสนสุข

ยามะไม่ได้จากไปไหน


แค่ไปเรียนต่อเท่านั้น

สองปีเท่ากับ700กว่าวัน


ไม่ได้มากมายเลย

 


ไม่มากเลยจริงๆถ้าเทียบกับเวลาที่คาเมะรอคอยมาก่อนหน้าที่จะได้เป็นแฟนกับยามะ

 

 

"ดูแลตัวเองดีๆนะยามะ ที่นั่นคงจะมีอะไรหลายอย่างให้นายต้องปรับตัว แต่นายเป็นคนเก่งอยู่แล้ว ไม่ว่าอะไรนายก็ต้องทำได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เข้มเเข็งและสู้ๆนะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้"


คาเมะยิ้มแล้วกดจูบลงเบาๆกับแผ่นกระดาษ ก่อนจะค่อยๆม้วนกระดาษให้แน่นที่สุดแล้วมัดเอาไว้ด้วยหนังยางเส้นเล็กๆ แล้ววางลงในกล่องคุ้กกี้รสเนยสีฟ้า

 


คุ้กกี้รสโปรดของคาเมะที่ยามะเองก็ชอบกิน

 

 

 

ทุกๆวันพอกลับจากทำงาน คาเมะก็จะนั่งเขียนจดหมายถึงยามะ ใส่ความรู้สึกของตัวเองลงไป เรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวัน เรื่องราวต่างๆที่อยู่รอบตัว


ทั้งหมดที่คาเมะได้พบเจอตามลำพังระหว่างทียามะกำลังเตรียมตัวไปต่างประเทศ จนกระทั่งมันเกือบจะได้ม้วนกระดาษแน่นๆเต็มกล่องคุ้กกี้ ความรู้สึกทั้งหมดของคาเมะที่ใส่ลงไปพยายามเขียนแต่เรื่องที่น่าสนุกและเป็นสุข เขาไม่อยากจะให้คนไปไกลบ้านจะต้องมานั่งหดหู่ คาเมะยอมกล้ำกลืนน้ำตาและความเหงาเอาไว้เองกับตัว ดีกว่าจะให้เป็นอีกคน

 

 

"ฉันได้ตั๋วเครื่องบินแล้วนะ อีกสองวันก็เดินทางแล้ว เร็วจังเลย"
ยามะพูดแบบนั้นด้วยเสียงที่เหงาๆ


คาเมะเองก็เหงาแล้วต้องกำโทรศัพท์แน่นเพื่อไม่ให้มือที่อ่อนแรงทำมันร่วงหล่น
"เร็วมากเลย เดี๋ยวฉันจะไปส่งยามะที่สนามบินแล้วกันนะ"

 


ทั้งคู่ร่ำลาและพูดคุยกันอีกนานราวกับว่าอยากจะให้เวลาสองวันที่ว่ายืดยาวออกไป จนสุดท้ายความจริงก็มาถึงอย่างไม่อยากเลี่ยงได้

 


"ต้องวางแล้วนะ"คาเมะตัดบทเพราะเปลือกตากำลังปิดลงเรื่อยๆจนไม่อาจฝืน


"อื้มม  ฝันดีนะคาเมะ"เสียงของยามะเองก็เต็มไปด้วยความง่วงงุน


"ฝันดี"คาเมะยิ้มแล้วก็กดวางสาย ก่อนจะหลับลงด้วยความรู้สึกที่มากมายระหว่างกัน

 

 


ความฝันที่เคยลืมเลือนไปแล้วย้อนกลับมาใหม่ สนามบินที่ไมได้เหยียบย่างไปหลายปีแล้วดูเก่าเลือนลาง
ครอบครัวคาเมนาชิยืนอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบ พร้อมพี่ชายคนโตของบ้านที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อ

 


"ดูแลตัวเองดีๆนะลูก แล้วเขียนจดหมายมาหาแม่บ่อยๆนะ"คุณแม่ลูบแก้มพี่ชายแล้วกลั้นน้ำตา คาเมะยังจำภาพนั้นได้แม้ว่าตอนนั้นเขาจะยังเด็กเหลือเกิน


"คาซึยะ ต้องเป็นเด็กดีไม่ดื้อกับคุณแม่นะ"พี่ชายคุกเข่าลงแล้วพูดกับเขา ดวงตาคู่นั้นยิ้มให้เขา ทุกๆส่วนบนใบหน้าของพี่ชายกำลังยิ้ม เป็นยิ้มที่อ่อนโยนและอุบอุ่นที่สุด


"ฮะ พี่คาซึโอะ คาซึยะจะเป็นเด็กดี"

"สัญญากับพี่นะ"


"ฮะ พี่ก็สัญญากับคาซึยะนะว่าจะรีบกลับมา"

"ได้สิพี่สัญญา"

ปลายนิ้วเล็กๆและนิ้วเรียวยาวเกี่ยวกันเอาไว้ ยืนยันคำสัญญาที่มั่นคงระหว่างกันของพี่น้อง

สัญญาที่คาซึยะเฝ้านับวันนับเดือนรอคอยอยู่ตลอดทุกๆลมหายใจ

 

 

จนกระทั่ง ความจริงที่โหดร้าย ที่ทำลายคำสัญญาระหว่างกันให้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

 

 

"ไม่จริงใช่มั้ยฮะ พี่ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย???"คาเมะแทบจะทรุดลงไปตอนกลับมาบ้านแล้วเห็นแม่กับพ่อกำลังกอดคอร้องไห้พลางปลอบใจกันยกใหญ่

 

"แม่อยากให้มันเป็นเรื่องโกหกเหลือเกิน แต่พี่คาซึโอะ..ตายแล้วจริงๆนะลูก"

 

ขาของคาเมะอ่อนแรงจนกระทั่งทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อได้ยินความจริงดังนั้น

 

พี่ชายที่ใจดี พี่ชายที่เขารัก พี่ชายที่เป็นความหวังของพ่อแม่ พี่ชายที่เป็นทุกอย่างของบ้านคาเมนาชิ พี่ชายที่แสนดีคนนั้น...ไม่อยู่บนโลกนี้แล้วเหรอ???

 

 

คาเมะสะดุ้งตัวขึ้นมากจากความฝัน เหงื่อผุดพรายออกมาจากใบหน้า ไรผม รวมไปถึงแผ่นหลัง คาเมะตัวเปียกชุ่มอย่างน่ากลัว เพราะฝันร้ายทื่เขาเคยลืมเลือน
 

 

 

สนามบินที่เป็นที่สุดท้ายที่คาเมะเคยส่งพี่ชายพร้อมคำสัญญาหนักแน่น

 

หวังว่าคาเมะคงไม่ต้องยืนส่งยามะให้จากไปตลอดกาลเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วหรอกนะ

 

 

ความรักของคาเมะกับยามะเป็นเรื่องหนักแน่นที่น่านับถือเหมือนหินผาที่แข็งแกร่งที่ไม่หวั่นไหวต่อสายลมหรือสายน้ำที่กัดเซาะ

 

แต่ชีวิตของทั้งคู่นั้นดูเปราะบางเหลือเกิน ชะตากรรมหรือนาคตที่พาดแขวนเอาไว้บนความไม่รู้คือสิ่งที่ห่วงและน่ากังวล

 

คาเมะไม่อยากให้เราสองคนถูกพรากลมหายใจไปจากกันและกัน

 

 

 

กล่องคุ้กกี้ใบใหญ่กว่าฝ่ามือโอบนิดหน่อยสีฟ้าสวยเต็มไปด้วยม้วนกระดาษสารพัดสีมากมาย คาเมะยิ้มกับมันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วปิดฝากล่องอย่างระมัดระวัง เสียงเตือนจากมือถือทำให้คาเมะได้สติ เขาตั้งปลุกเอาไว้ตั้งแต่ตีห้า เพื่อที่จะได้มีเวลาแต่งตัวและเตรียมพร้อมไปเจอคนรักก่อนจะแยกย้ายกันไปสองปี

 

แต่สุดท้าย คาเมะก็นอนไม่หลับทั้งคืน ทำได้แค่นั่งตาค้างแล้วเขียนจดหมายม้วนใสกล่องได้อีกจำนวนมาก แต่ถึงจะเขียนมากแค่ไหน ความรู้สึกของคาเมะทั้งหมดมันก็ยังไม่สามารถบรรยายออกมาได้ทุกอย่างอยู่ดี

 

 

คนพลุกพล่านเต็มสนามบินเป็นภาพที่คาเมะคาดอยู่แล้วว่าจะได้เห็น คนหลายประเภทเดินปะปนกันอยู่ในนั้น มีทั้งครอบครัว คนรัก กลุ่มนักท่องเที่ยว เจ้านายและลูกน้อง ทุกคนที่มาส่งกันต่างโอบกอดกันเอาไว้

 

แม้ต่างประเทศจะอยู่ไกล แต่มันก็ยังใกล้เหลือเกิน เมื่อเทียบกับโลกอีกใบที่ห่างไกลจากโลกใบนี้

 

โลกที่ไม่สามารถติดต่อไปได้ โลกที่เหมือนจะใกล้แต่ก็ไกลแสนไกล

 

โลกของการมีชีวิตและโลกของคนที่ตายแล้ว

 

 

คาเมะกอดกล่องคุ้กกี้ของตัวเองแน่น ใบหน้าสวยก้มลงต่ำ หยดน้ำตาทะลักออกมาจากหางตาร่วงลงบนกล่องคุ้กกี้

 

เสียงของหยดน้ำที่กระทบฝาเหล็กนั้นดังก้องอยู่ในหู กลบเสียงของความโหวกเหวกในสนามบินได้หมดสิ้น

 

 

 

"คาเมะ"เสียงของยามะทำให้คาเมะรีบเงยหน้าขึ้นมา แก้มขาวเปรอะน้ำตาแม้จะพยายามยิ้มแต่คราบน้ำตานั้นก็ยังไม่จางหายไป

 

 

"ร้องไห้ทำไมกัน ฉันจะร้องตามรู้มั้ย"ยามะพูดแล้วรีบซับน้ำตาให้คาเมะ ดวงตากลมโตคู่นั้นเองก็แดงช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักเหมือนกัน

 

"ยามะ..."

 

"ไม่อยากให้ฉันไปใช่มั้ย คาเมะพูดสิ ถ้าคาเมะไม่อยากให้ไปฉันก็จะไม่ไป จริงๆนะ แค่คาเมะพูดออกมา"ยามะกอดคาเมะเอาไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาซุกอยู่ที่ไหล่ของคาเมะ

 

"พูดเรื่องงี่เง่าแบบนั้นออกมาได้ยังไงกัน!"คาเมะฉุนที่ยามะพูดจาแบบนั้น เขาผลักยามะออกแล้วประครองใบหน้าของยามะเอาไว้ด้วยอุ้งมือของตัวเอง

 

"ที่ยามะจะไป คืออนาคตที่ดีที่นายเลือกแล้วนะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ถึงวันนี้ฉันจะร้องไห้ แต่อีกเดี๋ยวฉันก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่เป็นไรหรอกนะ ยามะแค่สัญญาว่าจะกลับมาก็พอแล้วล่ะ"

 

ยามะไม่เคยซาบซึ้งอะไรในชีวิต เขาใช้ชีวิตด้วยการมีความรู้สึกแค่ครึ่งเดียวมาตลอด เพราะเขาอยากจะมีชีวิตที่ไม่ต้องเจ็บปวด แต่คาเมะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างผิดมาตลอด

 

การทุ่มเทความรู้สึกทั้งหมดอย่างที่คาเมะทำ ทำให้ยามะรู้สึกประทับใจ และยิ่งรักคาเมะมากไปกว่าที่เคยรัก

 

 

"ฉันจะกลับมา แน่นอนด้วยลมหายใจทั้งหมดที่ยังเหลือ ฉันจะกลับมา"

 

คาเมะเชื่อ คาเมะยินยอมเชื่อทั้งหมด

"ฉันจะรอนะ"

 

เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารดังขึ้นแล้ว

 

คาเมะกับยามะกอดกันจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย

 

ปลายนิ้วที่เกาะเกี่ยวกันไว้ค่อยๆคลายออกจากกันทีละนิด

 

 

คาเมะทำได้แค่หวัง ทำได้แค่ภาวนาว่าการลาจากครั้งนี้จะไม่ใมช่ตลอดไป

 

 

พี่ชาย หากพี่ยังอยู่เคียงข้างผม ช่วยปกป้องยามะให้เขากลับมาหาผมอย่างปลอดภัยด้วยนะครับ...

 

"อย่าให้เกิดเรื่องนั้นอีกเลยนะ"คาเมะอธิษฐาน ภาวนาด้วยทั้งหมดของเขา ถ้าหากว่าคาเมะโชคไม่ดีขนาดที่ยามะจะกลับมารัก ก็ยังดีกว่าที่คาเมะกับยามะจะอยู่บนโลกคนละใบ

 

 

คาเมะไม่โลภเลยใช่มั้ย?

 

 

ยามะกอดกล่องคุ้กกี้ที่คาเมะให้เอาไว้แน่น จนกระทั่งถึงเวลาทานอาหาร ยามะก็ยังกอดเอาไว้ แล้วปฏิเสธของที่แอร์โฮสเตสเสนอ

ปลายนิ้วแข็งแรงค่อยๆแกะฝากล่องคุ้กกี้อย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง น้ำหนักของมันดูจะหนักกว่าคุ้กกี้ปกติเล็กน้อย ยามะคิดว่าคาเมะคงจะใส่อะไรให้เขาเพิ่มเติมที่ข้างใน

 

แค่คิดถึงก็ยิ้มออกมาได้แล้ว

 

ดวงตากลมโตเบิกกว้างกว่าปกติอีกเล็กน้อยเมื่อเปิดฝากล่องออกมาแล้วไม่เห็นคุ้กกี้สักชิ้นแต่เจอกระดาษม้วนแน่นๆมากมายเต็มกล่อง ยามะยิ้มกับตัวเองแล้วลองหยิบหนึ่งม้วนขึ้นมาคลี่อ่าน

 

 

ทั้งๆที่คาเมะติดกฏเอาไว้บนฝากล่องคุ้กกี้แล้วแท้ๆว่าควรอ่านวันละฉบับจะได้เหมือนพวกเราอยู่ด้วยกันและคุยกันทุกวัน แต่เขาก็ทำใจเเข็งแล้วปิดฝากล่องลงไปไม่ได้

 

ยามะยิ้มเป็นบ้าตลอดเวลาที่อ่านจดหมาย เขาอ่านทุกฉบับซ้ำไปซ้ำมาได้เกือบสิบเที่ยวแล้วแต่ก็ยังไม่เบื่อ

 

 

อยากกลับไปหาคาเมะเดี๋ยวนี้แล้วกอดเอาไว้ให้สมกับความน่ารักที่คาเมะมีให้

แต่ด้วยความหวังของคาเมะที่ฝากเอาไว้

ยามะจะต้องรีบเรียนแล้วรีบกลับไป

ไปรักษาสัญญาที่มีให้กัน

 

 

"รออีกนิดนะคาเมะ ฉันจะกลับไปหาแน่ๆ ฉันสัญญา"

 

~fin~